บทความ

เรซิ่นสำหรับการทำโมลด์ “Nord Composites Tooling Resin”

5 พฤษภาคม 2565 เวลา 9:53

Cover Image

เรซิ่นสำหรับการทำโมลด์
“Nord Composites Tooling Resin” 

 

ปัจจุบันการผลิตโมลด์แม่แบบโดยทั่วไปในประเทศไทย มักใช้เรซิ่นปกติในท้องตลาดโดยอาจเลือกชนิดที่มีคุณภาพสูงกว่าปกติ แต่ยังคงพบปัญหาการหดตัวที่ไม่เท่ากัน ทำให้แม่แบบไม่ได้รูปทรงตามต้องการ จึงต้องมีการเผื่อโมลด์และแก้ไขโมลด์ให้เหมาะสมจึงส่งผลให้การทำงานไม่แน่นอน ล่าช้า เสียเวลา และเสียค่าใช้จ่ายสูงอีกทั้งไม่สามารถผลิตโมลด์ได้อย่างรวดเร็วและมีขนาดที่ไม่เท่ากัน หากต้องการโมลด์หลายๆตัว เพื่อให้สามารถผลิตชิ้นงานได้รวดเร็วขึ้น


ปัจจุบันในต่างประเทศได้มีการผลิตเรซิ่นสำหรับการทำโมลด์โดยเฉพาะ ซึ่งมีคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อการผลิตโมลด์โดยเฉพาะดังนี้
• ไม่มีการหดตัวเลย หลังเรซิ่นแข็งตัวแล้ว
• ทำงานได้รวดเร็ว, สามารถทำโมลด์ได้ภายในวันเดียว
• สามารถผลิตโมลด์ที่แข็งแรง ทนทาน และมีอายุการใช้งานได้นาน
• เป็นเรซิ่นชนิดผสมตัวเร่ง และฟิลเล่อร์แล้ว
• การใช้งานได้เหมือนเรซิ่นทั่วไป
• การแข็งตัวเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้การสร้างโมลด์เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว
• สร้างผิวของชิ้นงาน ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
• เห็นการเปลี่ยนสี เมื่อมีการแข็งตัว
• ทำการผลิตได้อย่างรวดเร็ว เป็นการลดต้นทุนการทำโมลด์
• อายุการใช้งานนานกว่าโมลด์ ไฟเบอร์กลาสทั่วไป
• ขนาดและสัดส่วนคงที่
• เก็บได้เช่นเดียวกับเรซิ่นทั่วไป โดยส่วนผสมที่เป็นฟิลเลอร์ไม่แยกตัว
• ถ้าต้องการเรซิ่นที่มีสมรรถนะสูงขึ้น สามารถเลือกเรซิ่นและเจลโค้ท ชนิดไวนิลเอสเตอร์

Norester RM 2000/50 คือโพลีเอสเตอร์เรซิ่นชนิดไม่อิ่มตัวสูตรพิเศษ ถูกออกแบบสำหรับการผลิตโมลด์ ที่มี คุณภาพสูงและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน เพื่อผลิตชิ้นงานคอมโพสิทโดยเรซิ่นทำโมลด์นี้สามารถทำปฏิกิริยาแข็งตัวได้ในอุณหภูมิห้องได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้สร้างชิ้นงานแม่แบบที่ไม่หดตัวและไม่เห็นชั้นรอยเส้นใยบนผิวหน้าเลย จึงเป็นเรซิ่นที่หดตัว0%อย่างแท้จริง เนื่องจากการทำปฏิกิริยาการเป็นไปอย่างรวดเร็ว และความง่ายต่อการทำงานของ RM2000/50 ทำให้สามารถผลิตโมลด์ต่างๆ ได้ภายในวันเดียว 

 

 

คำแนะนำในการทำโมลด์

  1. การเตรียมต้นแบบ ผิวหน้าของต้นแบบ จะต้องไม่มีฟองอากาศ ตำหนิ หรือส่วนที่ไม่เรียบร้อย และต้องใช้น้ำยาถอดแบบที่เหมาะสมเตรียมผิวให้เรียบร้อย
  2. GEL COAT เจลโค้ทชนิดทำโมลด์เหมาะสำหรับการใช้งานได้ตลอดอายุการใช้งานของแม่แบบ และมีความทนทานสูง เป็นพิเศษ GC 207 เป็นเจลโค้ท ชนิด VINYL ESTER สามารถใช้งานโดยการพ่น หรือ GC 206 ใช้แปรงทา สามารถ เลือกเป็นสีน้ำเงินหรือสีส้ม ความหนาของเจลโค้ท ควรมีความหนาระหว่าง 600-800 micron (0.6-0.8 มิลลิเมตร) เจลโค้ตควรจะแข็งตัวเต็มที่ ก่อนที่จะลงชั้นใยเสริมความแข็งแรง
  3. ชั้นผิวแรก (First-layer resin) ผิวชั้นแรกเป็นเรซิ่นชนิดพิเศษที่ช่วยผสานเจลโค้ทและตัวเรซิ่นทำโมลด์เข้าด้วยกัน ทำให้หน้าโมลด์มีความทนต่อการใช้งานมากขึ้น ในการลงใยผิวงานชั้นแรกนั้นมีความสำคัญมาก ต้องรีดใยให้รวม เป็นเนื้อเดียวกันกับตัวโมลด์ โดยต้องไล่ฟองอากาศออกให้หมด โดยสามารถเลือกใช้
        • 1 ชั้นใยผิว หรือ 1ชั้นใยแม็ทขนาด 200-300 กรัม/ตรม. 
(ชนิด powder หรือ Emulsion) ด้วยเรซิ่น Vinylester resin Norester 680
        • เมื่อลงชั้นผิวแรกของ Norester 680 แล้ว ควรปล่อยให้แข็งเต็มที่ก่อนทาเสริมทับด้วย Norester RM2000/50
  4. Norester RM2000/50 กับการใช้งานผสมตัวแข็ง (Catalyst)
    ก่อนใช้งาน ต้องคนเรซิ่นให้เข้ากันอย่างดี จนเป็นเนื้อเดียวกันก่อนใช้ MEKPO เป็นตัวทำแข็งสำหรับ Norester RM2000/50 โดยปกติใช้ในอัตรา 1-1.25% จึงจะเหมาะสม หากใช้มากกว่า 2 % หรือ น้อยกว่า 0.8 % จะมีผลทำให้คุณสมบัติในการแข็งตัวลดลง และชิ้นงานไม่มีคุณภาพดีเท่าที่ควรจะเป็น
  5. การลงชิ้นงานด้วย Norester RM2000/50
    มีความหนืดตำ (เหลวมาก) ทำให้ง่ายในการทำชิ้นงาน ในอัตราส่วนผสมเรซิ่นต่อใยแก้ว 4 ต่อ 1 หลังจากลง ผิวชั้นแรกแล้วสามารถลงใยแม็ท เบอร์ 450 กรัม/ตรม. 3-4 ชั้นพร้อมกันได้เลย เท่ากับการวางใยแก้ว + เรซิ่น จำนวน 1300-1800 กรัม/ตรม. โดยสามารถทำงานได้ในทีเดียวก่อนเรซิ่นจะแข็งตัว หลังจากชั้นแรกแข็งตัว และมีการเย็นตัวลง สามารถลงชั้นต่อไปเพิ่มอีก 1800-2100 กรัม/ตรม. ตามความหนาของโมลด์ที่ต้องการ
  6. การแข็งตัวเต็มที่ของ NORESTER RM-2000/50
    Norester RM-2000/50 เป็นเรซิ่นชนิดแข็งตัวเร็ว โดยมีระยะแข็งตัวที่สั้นมาก เมื่อชิ้นงาน 4 ชั้นแรกเริ่มแข็งตัว อุณหภูมิจะขึนถึง 50-60°C โดยจะสังเกตเห็นสีของเรซิ่น เปลี่ยนแปลงจากสีนำตาลอ่อนเป็นสีขาว หรือสีนวลขึน เมื่อเรซิ่นที่แข็งตัวเต็มที่และเย็นตัวลงแล้ว สามารถลงชุดที่สอง อีก4ชั้น ต่อเนื่องได้ทันที
  7. การเสริมแรงให้โมลด์ และวัสดุที่ใช้เสริมแรง
    การเสริมแรงเพื่อทำให้แข็งโดยการใส่เอ็นเสริมแรง ทำได้เหมือนการเสริมแรงของโมลด์คอมโพสิทอื่นๆ และสามารถทำได้ทันทีหลังจากเปลือกโมลด์แข็งตัวเต็มที่และเย็นลงในอุณหภูมิห้อง ซึ่งการเสริมแรงทันทีที่โมลด์RM2000เย็นลงจะไม่ทำให้เกิดการบิดตัวเกิดขึ้น ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องรอ 
2 –3 วัน เพื่อให้โมลด์แข็งตัวจนหมดปฏิกิริยา เหมือนโมลด์ที่ทำด้วยเรซิ่นชนิดธรรมดา

 

 

อายุการใช้งานของโมลด์และการเลือกวัสดุที่จะนำมาใช้งาน

อายุของโมลด์ขึนอยู่กับวิธีการสร้างของโมลด์นั้นๆ รวมถึงการเลือกใช้วัสดุต่างๆ และวิธีการปฏิบัติต่อโมลด์ขณะทำงานสร้างชิ้นงาน ดังนั้นคำแนะนำเป็นเพียงการชี้แนะเท่านั้น อย่างไรก็ตามจากประสบการณ์ที่ได้จากลูกค้า ทำให้รู้ว่าอายุของการใช้งานต่อสภาพการทำงาน (สร้างชิ้นงาน) ด้วยระบบของ Nord Composites ดังนี้
• Isophatalic gel coat & Norester RM 2000 สามารถใช้ถอดชิ้นงานได้ถึง 250 ครั้ง
• Vinyl ester gel coat 207 & Norester RM 2000 สามารถใช้ถอดชิ้นงานได้มากกว่า 500 ครั้ง
• Vinyl ester gel coat 207 & Vinyl ester R680 ชั้นที่ 1 & Norester RM 2000 สามารถใช้ถอดชิ้นงานได้ถึง 1000 ครั้ง

ผู้ผลิตของเรา

เมเยอร์ เรซิ่น Mayor Resinอลัน ฮาร์เปอร์ Alan Harperนอร์ด คอทโพสิท Nord Compositesฟาเรคลา Fareclaโซลเวย์ ไซเทค Solvay Cytexเอ็กเซล Axel plasticsไดอะเทค Diatexแลนทอร์ Lantorชิงเต่า โพลี Qingdao Polysจูชิ Jushiซีพีไอซี CPICพีจีไอ PGIซีเอ็นบีเอ็ม CNBMนิด้าพลาส Nidaplastอาฟโคน่า Afconaไดแอพ Diabกูริท Guritฟรีแมน Freeman Supply Co.อาทิตยา เรซิ่น Aditiya Resinโรบูโซ Robusoฟอร์โมซ่า Formosa Taffetaเอ็นเจ โรบินสัน NJ Robinsonเท็กโซนิก Texonicโพรเทค Protech

139 ซ. พระยาสุเรนทร์ 30 ถ.พระยาสุเรนทร์ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพ 10510

02-5174955-6

© Neotech Composites 2021
QR เฟสบุ๊ค
@neotechcomposite
เพจเฟสบุ๊ค
QR ไลน์
@neotech
เพิ่มเพื่อนในไลน์
© Neotech Composites 2021